เทคนิคจัดเป้น้ำและกระเป๋าวิ่ง
วิ่งฉิว ของไม่เด้งกวนใจ
การแบกน้ำและเจลวิ่งอาจทำให้รำคาญถ้ายัดของไม่เป็น บทความนี้จะสอนวิธีเลือกกระเป๋าและทริคจัดเป้น้ำ (Hydration Vest) สไตล์ REI ไม่ให้เสียงน้ำดังสแลชๆ เวลาวิ่ง
เรียบเรียงจาก REI Expert Advice
หัวข้อ: How to Pack Your Running Gear
การพกของระหว่างวิ่งเทรล แตกต่างจากการแบกเป้เดินป่าโดยสิ้นเชิง เพราะร่างกายเราต้องกระโดด ขยับขึ้นลงตลอดเวลา หากกระเป๋าไม่กระชับหรือจัดของผิดวิธี จะเกิดแรงเหวี่ยงที่ทำให้ปวดหลังหรือรำคาญจนวิ่งไม่ออก นี่คือเทคนิคการเลือกและจัดกระเป๋าครับ
1. ประเภทของกระเป๋าวิ่งพกน้ำ
อุปกรณ์สำหรับพกพาสัมภาระมีหลายรูปแบบ เลือกให้เหมาะกับระยะเวลาที่คุณวิ่ง:
- ขวดน้ำรัดมือ (Handheld Bottles): เหมาะกับการวิ่งช่วงสั้นๆ (ไม่เกิน 1 ชั่วโมง) มักมีสายรัดเข้ากับมือทำให้ไม่ต้องเกร็งนิ้วจับตลอดเวลา และมีช่องเล็กๆ ใส่กุญแจหรือเจลได้ 1 ซอง
- เข็มขัดวิ่ง/กระเป๋าคาดเอว (Waist Packs): ดีมากสำหรับการวิ่ง 1-2 ชั่วโมง ข้อดีคือจุดศูนย์ถ่วงอยู่ต่ำ (ที่สะโพก) ทำให้หลังโล่ง ไม่ร้อน ใส่ขวดน้ำแบบนิ่ม (Soft flask) โทรศัพท์ และอาหารได้พอสมควร
- เป้น้ำ / เสื้อกั๊กวิ่ง (Running Vests): (ไอเท็มยอดฮิตของชาวเทรล!)ออกแบบมาให้ "สวมใส่" เหมือนเสื้อผ้า แทนที่จะเป็นการ "สะพาย" แบบเป้ ทำให้กระชับแนบเรียบไปกับลำตัว ลดการเด้ง (Bounce-free) และมีช่องเล็กๆ ด้านหน้าเยอะมาก ทำให้หยิบของกินได้โดยไม่ต้องหยุดวิ่ง
- เป้วิ่งระยะไกล (Running Backpacks): คล้ายเป้น้ำแต่ความจุมากกว่า (10-15 ลิตรขึ้นไป) เหมาะกับการวิ่งข้ามวัน ข้ามเขา หรือใส่อุปกรณ์บังคับเยอะๆ
2. กฎการจัดเป้น้ำ (How to Pack a Vest)
เมื่อคุณใช้ Running Vest กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ "หนักหลัง - หยิบง่ายหน้า"
- กระจายน้ำหนัก (Weight Distribution):ของที่หนักที่สุดคือ **ถุงน้ำ (Hydration Reservoir/Bladder)** ให้ใส่ไว้ช่องหลังสุดที่แนบชิดติดกระดูกสันหลังที่สุด เพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ใกล้ตัว และอย่าลืมบาลานซ์ของช่องซ้ายกะขวาให้หนักเท่าๆ กัน จะได้ไม่ปวดไหล่ข้างใดข้างหนึ่ง
- ของที่หยิบขณะวิ่ง (Front Pockets):ของชิ้นไหนที่ต้องกินหรือใช้โดยห้ามหยุดวิ่ง (On the fly) ให้ใส่กระเป๋าคาดอกด้านหน้าทั้งหมด เช่น ขวดน้ำแบบนิ่ม (Soft flasks), เจลพลังงาน, เม็ดเกลือแร่, โทรศัพท์ และนกหวีดฉุกเฉิน
- ของที่ใช้ตอนหยุดพัก (Rear Pockets):ของชิ้นไหนที่โอเคกับการหยุดวิ่งแล้วล้วงหยิบ ให้เอาไว้กระเป๋าหลัง เช่น เสื้อกันฝน/กันลม, ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First-aid kit), หรืออาหารมื้อหลัก (Sandwich/Energy Bar แข็งๆ)
- แพ็คแยกถุงซิปล็อค: ของชิ้นเล็กๆ หรือของที่ห้ามเปียก (เช่น ทิชชู่ พลาสเตอร์) ให้ใส่ถุงซิปล็อคเล็กๆ ย้ำกันเหงื่อและฝน และยังช่วยกันไม่ให้ของหล่นกระจายเวลาล้วงด้วย
3. ทริคการจัดการ "ท่อน้ำ" และกันเสียงน้ำเด้ง
ถ้าคุณใช้ถุงน้ำ (Bladder) วางไว้ด้านหลัง ปัญหาคลาสสิกคือเสียงน้ำดังกระฉูดกระฉาดเวลาวิ่ง และท่อน้ำที่แกว่งตีหน้า
- ไล่อากาศออกให้หมด (The Vacuum Seal): หลังจากเติมน้ำเข้าถุงเสร็จ ให้ปิดฝาจับถุงคว่ำลง แล้วดูดน้ำจากปลายสายจนอากาศออกหมด ถุงจะแฟบลงและซีลติดกับน้ำ วิธีนี้รับรองว่าวิ่งแล้วจะไม่มีเสียงน้ำกระบอกๆ กวนใจเลย!
- การเดินสายยาง (Tube Routing): ร้อยสายยางมาตามจุดยึดที่สายสะพายไหล่ บางรุ่นร้อยข้ามไหล่ซ้าย/ขวาได้ หรือร้อยลอดใต้แขนขึ้นมาก็ได้ เลือกทางที่คุณถนัดเวลาหันไปงับวาล์วที่สุด
- ล็อกวาล์ว (Secure the Valve): เป้น้ำดีๆ จะมีตัวคลิปหนีบหรือแถบแม่เหล็ก มาให้ด้วย ดื่มเสร็จให้แปะติดกับสายรัดหน้าอกเสมอ ท่อน้ำจะได้ไม่แกว่งตีคอ
4. การวัดไซส์ให้กระชับพอดี (Sizing & Fit)
เป้น้ำที่ดีต้อง "ฟิตและกระชับเหมือนเสื้อชั้นในหรือเสื้อซับ" ห้ามหลวมเด็ดขาด
- วัดรอบอก ไม่ใช่วัดส่วนสูง: ไซส์ของเป้น้ำ (S, M, L) มักอิงจาก เส้นรอบวงหน้าอก (Chest circumference) ให้วัดตรงส่วนที่กว้างที่สุดของหน้าอก
- สายรัดหน้าอก (Sternum Straps): ควรมีสายรัดยางยืดขวางหน้าอกสัก 2 เส้น และควรเลื่อนจุดรัดขึ้นลงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับหน้าอกจนหายใจลำบาก (โดยเฉพาะนักวิ่งผู้หญิง)
- เผื่อพื้นที่สำหรับเสื้อกันหนาว: ลองเช็คว่าสายรัดสามารถรูดปรับออกได้อีกนิดไหม เผื่อคุณต้องวิ่งในหน้าหนาวและต้องใส่เสื้อ Jacket หนาขึ้น
- 🔥 ต้องลองตอนใส่น้ำเต็ม: เวลาไปลองที่ร้าน ห้ามลองเป้เปล่าๆ!ให้ขอยืมถุงน้ำใส่น้ำเต็มๆ หรือขวดน้ำยัดใส่ไปด้วยเสมอ เพราะเป้ที่ตอนไม่ใส่น้ำพอดีเป๊ะ พอใส่น้ำแล้วอาจจะหนักจนดึงรั้งไปทางใดทางหนึ่งได้
รู้เทคนิคแพ็คกระเป๋าแล้ว แต่ต้องใส่อะไรบ้างล่ะ?
ไปดูเช็คลิสต์ "อุปกรณ์มาตรฐาน" นกหวีด เกลือแร่ และสิ่งประดิษฐ์ที่นักวิ่งเทรลต้องพกติดตัวกันเลย
อ่าน เช็คลิสต์อุปกรณ์วิ่งเทรล